แถลงการณ์
โรงเรียนสาธิตมัฆวานแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน ฉบับที่ 1 / 2551
เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
ตามที่ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ต่อประเด็นการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “สำหรับปัญหาการชุมนุมที่จะส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาโดยรอบทำเนียบ อยากให้ผู้ปกครองนำเด็กนักเรียน นำดอกบัวมากราบแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ แล้วบอกว่าหนูอยากเรียนหนังสือ ไม่อยากโง่ เพราะว่าถ้าโง่ก็กลัวว่าจะต้องมานั่งชุมนุมแบบนี้ ซึ่งหากกลุ่มพันธมิตรฯ ยังนิ่งเฉย และปล่อยให้ลูกหลานเป็นคนโง่ก็ตามใจ” นั้น
โรงเรียนสาธิตมัฆวานแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน ซึ่งประกอบด้วย นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และคนรุ่นใหม่ ได้พิจารณาถึงการให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้แล้ว ต่างเกิดความไม่สบายใจอย่างยิ่ง เนื่องจากการใช้คำพูดของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในลักษณะนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนซึ่งขาดวุฒิภาวะทางปัญญา โดยที่การใช้นักเรียนเป็นเครื่องมือเพื่อประชดประชันกลุ่มพันธมิตรฯ ถือเป็นการดูถูกสติปัญญาของผู้ชุมนุม ซึ่งไม่ใช่วิสัยที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พึงปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผู้บังคับบัญชาของเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้งหลายแล้ว การดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม และพิทักษ์ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ ตามหลักความเสมอภาคของชนชาวไทย ถือเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงก่อนสิ่งอื่นใด ดังนั้น การสัมภาษณ์ในลักษณะนี้จึงถือเป็นการกระทำที่อาจทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรตำรวจ โดยผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง
ประเด็นสำคัญต่อคำให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในครั้งนี้ คือ มุมมองในเรื่องการศึกษา เพราะที่น่าวิตก ก็คือ บุคคลระดับผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นข้าราชการที่พึงปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติเป็นสำคัญ กลับออกมากล่าวในลักษณะที่ว่า การที่ประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ออกมาชุมนุมเรียกร้องโดยสันติวิธี เป็นสิ่งที่ถือว่าโง่ เพราะความจริงแล้ว การที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอธิปไตยโดยแท้ ออกมาเคลื่อนไหวอย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ เพื่อมุ่งสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติเช่นนี้ ก็ถือเป็นการกระทำเพื่อบ้านเมืองเช่นเดียวกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ จึงไม่ได้เป็นการแสดงออกถึงสติปัญญาที่น้อยแต่อย่างไร หากแต่เป็นการตื่นตัวทางการเมือง และรู้ทันนักการเมือง
หากท่านคิดแทนเยาวชน ว่า “หนูอยากเรียนหนังสือ ไม่อยากโง่ ถ้าโง่ก็กลัวว่าจะต้องมานั่งชุมนุมแบบนี้” เราขอตั้งคำถามถึงท่านว่า เป้าหมายของการศึกษาที่แท้จริงแล้วคืออะไร คือ การตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนเอง ตอบสนองต่อผลประโยชน์ส่วนตน หรือเป็นการศึกษาเพื่อทำหน้าที่รับใช้ต่อสังคมส่วนรวม ตามแต่ความสามารถ เราจึงกังวลใจอย่างยิ่ง หากคนที่มีหน้าที่ทำงานเพื่อสังคม ยังออกมากล่าวในลักษณะที่ส่งเสริมให้เยาวชนมุ่งศึกษาเล่าเรียนเพื่อหาประโยชน์ส่วนตนเช่นนี้ นานไปหากความคิดเช่นนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ จะศึกษาเล่าเรียนไปเพื่ออะไร หากในอนาคตไม่มีชาติให้อยู่ เนื่องจากทุกฝ่ายมุ่งแต่จะหาประโยชน์ใส่ตนโดยไม่สนใจความเป็นไปของบ้านเมือง
ด้วยข้อสังเกตดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับความห่วงใยของเราทุกคน เราจึงขอแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในครั้งนี้ ส่วนดอกบัวหรือดอกไม้ที่ท่านกล่าวถึงในคำให้สัมภาษณ์นั้น เราขอเป็นฝ่ายที่มอบให้ท่าน เพื่อขอให้ฝ่ายรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ยึดมั่นในหลักการไม่สลายการชุมนุมและไม่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ดังที่ได้ดำเนินการมาตลอดของการชุมนุมอันสงบนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะไม่มีทัศนะที่ไม่น่ายึดเอาเป็นตัวอย่างเช่นนี้อีก
ด้วยจิตใจรักผืนแผ่นดินเกิด
นักเรียนโรงเรียนสาธิตมัฆวานแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน
วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2551










มิถุนายน 30, 2008 at 3:24 am
ผมมีเพื่อนเป็นนายตำรวจหลายท่าน แต่ก็นั้นแหล่ะ……..คบก็เป็นสังคม ไม่เคยคิดจะพึ่งพิงเลย แม้แต่ญาติผมก็ไม่เคยคิดเลยที่จะพึ่งพิง สันด.ของการเป็นตำรวจ ท เอาทุกอย่าง วิ่งเต้นขอตำแหน่งจากนักการเมือง….ปีแล้ว ปีเล่า น่าเศร้า…โดนหลอกโจนได้…เก็บส่วย บ่อน ตู้เกมส์ หวย เพื่อเอาไปถวาย(นักการเมือง)ให้ช่วยเสริมยศถาบรรดาศักดิ์ จะได้มีตำแหน่งรีดไถได้ดีกว่าเดิม…นี่แหล่ะตำรวด
มีท่านอัยการท่านว่าท่านไม่ได้กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน แต่ได้เงินเดือนจากหลวง (ว่าไปนั่น) นี้แหล่ะสังคมข้าราชการไทย (ไม่ทั้งหมดนะ บางท่านก็เป็นคนดี)
กรกฎาคม 27, 2008 at 9:30 am
ถ้าตำรวจที่เป็นถึงขั้นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังไม่เป็นกลางแล้วยังไม่มีความยุติธรรมพอ อีกหน่อยคงจะไม่มีคำว่าประเทศไทยดำรงอยู่แน่ๆๆๆๆๆ ฉันทำผิดหรือ … ก็แค่ห่วงแผ่นดิน