เยาวชนผู้กล้า แห่ง “สาธิตมัฆวาน”

เยาวชนผู้กล้า แห่ง “สาธิตมัฆวาน”

BANGKOKKIAN LIFESTYLE หนังสือพิมพ์สวัสดีกรุงเทพฯ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน – วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2551

เสียงร้องเพลงขับกล่อม ตะโกนก้องกังวาน บวกกับใบหน้าอ่อนใส ของเด็ก หนุ่มสาว มีทั้งวัยประถม มัธยมและอุดมศึกษา สะกดสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาเพื่อมาร่วมชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เสียงเจื้อยแจ้วปราศรัยกันเองในกลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา ทว่ากลับกลายเป็นประเด็นทางการเมือง นัยว่ากล่าวถึงผู้ใหญ่ที่ฉ้อฉล จนเด็กๆอย่างพวกเขารับไม่ได้ นั่นเป็นที่มาที่ทำไมคนวัยใสๆเช่นนี้ จึงออกมาจับกลุ่มร้องเพลงและกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “แก๊งค์ข้างถนน” สรรพนามที่นายกฯสมัคร สุนทรเวช ใช้เรียกผู้มาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล 

พวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็น “นักเรียน” โรงเรียน สาธิตมัฆวาน แห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน ที่เพิ่งตั้งขึ้นได้ไม่ถึง 1 เดือน   แสงธรรม ชุนชฎาธาร ซึ่งกำลังเรียนระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะพี่ใหญ่เล่าถึงที่มาของ สาธิตมัฆวานซึ่งขณะนี้มีสมาชิกมาลงทะเบียนแล้วร่วม 400 คน เริ่มจากการช่วยกันคิดว่ามีวการตั้งมหาวิทยาลัยราชดำเนินขึ้นมาแล้ว เห็นว่าน่าจะตั้งโรงเรียนสาธิต ขึ้นมา เพื่อศึกษาการเมืองภาคเยาวชน ควบคู่ไปกับการเมืองภาคประชาชนของผู้ใหญ่

สำหรับครู อาจารย์ของพวกเขาก็คือ คุณพี่ คุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา คุณตา คุณยาย ที่ผ่านไปมาบริเวณนี้ รวมถึงหลายๆท่านๆที่ขึ้นพูดบนเวที ซึ่งมีบุคคลที่มีความรู้หลายท่าน ทำให้เราได้รับความรู้มากมาย บวกกับแนวคิดของพวกเราเองที่จะเสริมเติมแต่งให้ภาพวาดมันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  ตอนนี้ที่มาร่วมลงทะเบียนส่วนใหญ่เป็นระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และเป็นวัยทำงานที่ต้องการมีพื้นที่แสดงออกทางการเมืองก็มาร่วมได้ ไม่จำกัดเฉพาะเยาวชนที่อยู่ในสถานศึกษาเท่านั้น 

“ผมอยากเห็นพลังของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน คนรุ่นใหม่ เพราะในอดีตที่ผ่านมา 14 ตุลา,  6 ตุลา หรือ พฤษภาทมิฬ นักศึกษาเป็นพลังสำคัญในการเคลื่อนไหว ในปัจจุบันอาจไม่เห็นภาพ ไม่เห็นปริมาณ แต่เมื่อมาได้สัมผัส เราเห็นนักศึกษาจำนวนมากที่ผ่านมาถูกปิดกั้น บอกว่าการเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่ควรไปยุ่งและถูกทำให้หันไปสนใจ รายการเรียลิตี้โชว์  วัฒนธรรมเกาหลี เกมออนไลน์ หลงอยู่ในสังคมยุคทุนนิยม จึงต้องการให้เด็กที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองได้มีกลุ่มร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางการทางการเมือง   

ศศิมา คำเงิน หรือ น้องฟ้า เพิ่งเข้าเรียนปี 1 คณะสังคมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เล่าเหตุผลของการออกมาทำกิจกรรมกับเพื่อนๆในวันนี้ว่า  ชอบศึกษาประวัติทางการเมืองอย่างเรื่อง 6 ตุลาคมและเคยไปเล่าให้เพื่อนๆฟังเพื่อให้เพื่อนเข้าใจง่ายๆ และเมื่อ 2 ปีที่แล้วเคยติดตามคุณพ่อ คุณแม่มาร่วมชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณ เพราะอยากมีส่วนร่วม น้องฟ้าเล่าว่า น้องฟ้าไม่ต้องการให้ผู้ใหญ่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือคนให้พ้นผิด  ไม่ต้องการให้คนต่างชาติมาทำนา หรือซื้อที่ดิน ไม่อยากให้ขายการไฟฟ้า  การประปา เพราะในอนาคตคงต้องเสียเงินซื้อทั้งหมด

น้องฟ้า ยังฝากบอกถึงนายกฯว่า  “พวกหนูเป็นม็อบที่ไม่ได้มาปลุกระดมให้คนมาต่อสู้กันเอง แต่มาต่อสู้กับรัฐบาลที่เป็นใหญ่กันไม่กี่คน ให้เห็นแก่ประเทศชาติ อย่าเห็นแก่ตัวเอง และอย่าเอาบรรทัดฐานที่เคยทำ เคยปลุกระดมสมัย 6 ตุลา  มากล่าวหาว่าเราเป็นม็อบปลุกระดม ไร้สาระ เรามีสิทธิเรียกร้อง และเป็นม็อบที่มีเหตุผล”

วันนี้น้องฟ้าพา ศรัญญา นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียน พระหฤทัยคอนแวนต์ ซึ่งเป็นน้องสาวมาด้วย แม้วัยจะห่างกันหลายปี แต่ความคิดเห็นทางการเมืองไม่ต่างกันมากนัก

“หนูเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้จะเอาแต่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้พวกตัวเองทำอะไรไม่ผิดเลย ปัญหาปากท้องของประชาชนก็ไม่สนใจ จะเป็นยังไงก็ไม่สนใจ ประชาชนเลือกให้คุณมารับใช้ประเทศชาติ ไม่ได้ให้มารับใช้คนมีเงิน อยากบอกว่า ออกไปได้แล้วค่ะ เพราะพวกคุณไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย”

แสงธรรม สรุปปิดท้ายกับ Bangkokian ว่า “จุดยืนของเราก็คือเลือกยืนอยู่ข้างความถูกต้อง ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ความเป็นกลางเป็นสิ่งที่ดี แต่ปัจจุบันต้องดูความชอบธรรม ความเป็นกลางคือต้องไม่มีสีเทาต่อไปในสังคม สีขาวต้องเป็นสีขาว สีดำ คือสีดำ สีดำควรได้รับการลงโทษ กระบวนการยุติธรรม กฎหมายถ้ามันเป็นสิ่งศักดิ์ คนที่มีอำนาจ คนที่เป็นนักการเมือง ที่ทำผิด แต่ไม่เคยถูกลงโทษ ถ้าปล่อยไว้ จะเหลืออะไรให้คนรุ่นหลัง อีก 20 ปี ข้างหน้าบ้านเมืองจะเป็นของลูกหลานนักการเมืองในยุคนี้ เพราะจะมีการสืบทอดต่อให้รุ่นลูก รุ่นหลาน อย่าปล่อยให้ตระกูลเพียง 500 – 1,000 ตระกูล เอาการเมืองไปปู้ยี่ปู้ยำ ต้องเริ่มสร้างตั้งแต่วันนี้อาจไม่สำเร็จในปีเดียว แต่ถ้ากระจายความรู้ และแนวคิดแบบนี้ ขยายวงกว้าง ในอนาคตจะได้ไม่ต้องมาไล่กันอย่างนี้ คนรุ่นใหม่จะเป็นพลเมืองที่ได้ตระหนักรู้ถึงหน้าที่ 

ส่วน น้องหนิง สุดารัตน์ อุตมะโภคิน ชั้นมัธยมปีที่ 5 โรงเรียนลาดปลาเค้า  บอกว่าที่มาร่วมกับสาธิตมัฆวาน เพราะเห็นว่า ที่เราออกมาวันนี้มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เพราะมันมีข้อมูลเยอะ ไม่ชอบความโกง ส่วนนายกฯพูดจาไม่ดีเวลาออกโทรทัศน์  ไม่สุภาพ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี อยากให้สุภาพมากกว่านี้ “ต่อไปหนูอยากเรียนเรื่องการเมือง ไม่น่าเบื่อ มันเป็นเรื่องที่เราค้นหาเรียนรู้ได้จากประวัติศาสตร์”

น้องๆสาธิตมัฆวานกล่าวส่งท้ายให้หลังมาอีกว่า เราต้องเสียสละในวันนี้…เพื่อบ้านเมืองในวันข้างหน้า

การออกจากบ้านใช้เวลาหลังเลิกเรียน นอกจากจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์นอกห้องเรียนแล้ว  กิจกรรมของพันธมิตร “เยาวชน” เพื่อประชาธิปไตยกลุ่มนี้  ยังจะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยเช่นกัน

http://www.bkknews.net/newbkk1/Bkkyao/detail.php?idnew=

3 Responses to “เยาวชนผู้กล้า แห่ง “สาธิตมัฆวาน””

  1. HBP Extreme Says:

    สุดยอดเลยครับพี่น้องสาธิตมัฆวานนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    ข้าพเจ้าเองก็เป็นส่วนหนึ่งของพวกคุณ

  2. ต้นแพร Says:

    บ้านเมืองตอนนี้เค้าไปถึงไหนแล้วเนี่ย

    ไม่มีทีวีดู

    ไม่ค่อยรู้เรื่องการเมืองเลย

    ไม่รู้กลุ่มไหนเป็นกลุ่มไหน เยอะแยะไปหมด

    -^^

  3. apple Says:

    คงไม่มีอะไรจะพูดได้นะคะ นอกจาก สู้ๆต่อไปคะเพื่อนๆๆๆๆๆๆๆๆ

ใส่ความเห็น