มหาวิทยาลัยราชดำเนิน
โดย บุญเลิศ ช้างใหญ่
มติชนรายวัน วันที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
ปีที่ 31 ฉบับที่ 11072 หน้า 6
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ขึ้นเวทีปราศรัยและผู้ดำเนินรายการต่างๆ บนเวทีบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินได้เปรียบเทียบว่าเป็น “โรงเรียนสาธิตมัฆวานฯแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน” เพราะเป็นแหล่งให้การศึกษาเรียนรู้ทางการเมืองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์จนถึงขั้นที่ผู้มาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่องนานนับเดือนสมควรได้รับปริญญาบัตรซึ่งหมายถึงเป็นผู้จบการศึกษานอกระบบในระดับปริญญาตรี
หากเป็นเช่นนี้ก็คงจะมีปัญญาชนที่จบอุดมศึกษาได้ปริญญาตรีกันหลายล้านคน เพราะคนที่รับการศึกษามิได้มีแค่ถนนราชดำเนิน หากแต่มีอยู่โดยทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยคนเหล่านั้นชมการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์ระบบดาวเทียม ASTV
แม้ว่าเป้าหมายการชุมนุมของพันธมิตรจะเปลี่ยนจากการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ในตอนแรกไปเป็นการขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ในเวลาต่อมา แต่เนื้อหาที่ 5 แกนนำพันธมิตรอันประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกไศยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และ 1 ผู้ประสานงานคือ นายสุริยะใส กตะศิลา ตลอดทั้งผู้มาขึ้นเวทีซึ่งเป็นคนจากอาชีพต่างๆ ทั้งนักวิชาการระดับดอกเตอร์ ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ นักธุรกิจ ผู้นำสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เกษตรกร นักการเมือง นักเรียน นักศึกษา ชาวบ้าน ศิลปิน ฯลฯ สลับกับการเสนอข่าวที่มี น.ส.อัญชลี ไพรีรัก และนายเติมศักดิ์ จารุปราณ ที่เสนอในตอนเช้าและตอนเย็นตามลำดับและรายการดนตรี งิ้ว ลำตัด ฯลฯ ล้วนเป็นการให้การศึกษากับมวลชนที่ไม่อาจหาได้จากสถาบันการศึกษาใด
ผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ทางการเมืองและใครต่อใครที่ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันขึ้นเวทีทำหน้าที่เป็นครูอาจารย์มิได้ถ่ายทอดความรู้ในทุกศาสตร์ พร้อมทั้งวิพากษ์สังคมการเมืองไทยอย่างถึงรากถึงโคนเท่านั้น หากทว่า ยังปฏิบัติการจริง ซึ่งต้องอาศัยความอดทนเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากและความเหน็ดเหนื่อยกับการกินนอนบนถนน การตากแดดตากฝน ตากนํ้าค้าง การเดินขบวนไปหน่วยงานต่างๆ การถูกด่าว่าต้องอาศัยความกล้าเมื่อต้องเผชิญกับคำขู่ว่าจะให้ตำรวจ ทหารสลายม็อบ
แตกต่างจากการเรียนของนักเรียน นักศึกษาในระบบที่นั่งอยู่ในห้องเรียน ของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย คอยจดเล็คเชอร์ตามคำสอนของครูอาจารย์และเมื่อสั่งให้ทำรายงานนักเรียนนักศึกษาก็จะพากันไปค้นหาข้อมูลตามแหล่งต่างๆ หรือเปิดอินเตอร์เน็ตแล้วนำมาพิมพ์เข้าเล่ม ก่อนจะส่งครูอาจารย์ ใครค้นหาข้อมูลได้สมบูรณ์ ทำรูปเล่มได้สวยงามจะได้คะแนนดี เมื่อถึงเวลาสอบก็มาเข้าห้องสอบ ห้ามลอกกัน ใครจำได้เก่ง เขียนได้ดีก็จะมีคะแนนให้เป็นเกรด A B โดยไม่มีหลักประกันว่า นักเรียนนักศึกษาที่เรียนกันแบบนี้จะคิดเป็น วิเคราะห์เป็น แยกผิดแยกถูกได้หรือไม่และเกิดสำนึกในการปฏิบัติตัวเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่จะเข้าร่วมตรวจสอบผู้ปกครองเพียงไร
ครูอาจารย์ที่สอนหนังสือบทสถาบันถูกห้ามมิให้เข้าเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวและห้ามขึ้นเวทีเวลามีการต่อสู้ของประชาชน พูดง่ายๆ ก็คือ ให้เก็บตัวอยู่ในรั้วแคบๆ (คอก) ของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเท่านั้น ด้วยข้ออ้างกลัวจะเสียความเป็นกลาง
การเรียนการสอนแบบนี้ซึ่งสะดวกสบายและง่ายดีจึงผลิตคนออกไปเอาเปรียบสังคมและเป็นตัวที่สร้างปัญหาให้กับบ้านเมืองรุ่นแล้วรุ่นเล่า
ต้องยอมรับว่า การเคลื่อนไหวชุมนุมของพันธมิตรด้วยการเปิดโปงการใช้อำนาจของรัฐบาลนายสมัครโดยไม่ถูกต้อง การหาทางปกป้องระบอบทักษิณ ฯลฯ ได้ยกระดับการเรียนรู้และการต่อสู้ของประชาชนซึ่งต้องอาศัยองค์กรจัดตั้งและการปฏิบัติภาคสนามที่เป็นจริงอย่างมีเหตุผลและมีพลัง ถึงจะส่งผลสะเทือนและเกิดผลสำเร็จในหลายๆ ระดับ เช่น
ถ้าพันธมิตรไม่ชุมนุมต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 และ 309 ไฉนเลยพรรคพลังประชาชนจะยอมถอย แต่กระนั้นพรรคพลังประชาชนก็ยังไม่เลิกราที่จะแก้ไขให้ได้
ถ้าพันธมิตรไม่ชุมนุมไฉนเลยจะได้รู้ว่า สิทธิในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นเช่นไร และมีกรอบขอบเขตอยู่ตรงไหน
ถ้าพันธมิตรไม่ชุมนุม คิดหรือว่านายจักรภพ เพ็ญแข จะลาออกจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ถ้าพันธมิตรไม่เอาจริงกรณีปราสาทพระวิหารด้วยการเคลื่อนไหวในหลายรูปแบบ เหตุการณ์คงไม่ลงเอยในลักษณะที่เป็นคุณต่ออธิปไตยและดินแดนของไทย ฯลฯ
นอกจากนี้ยังได้พบความจริงว่า โทรทัศน์ประเภทฟรีทีวีไม่ได้แสดงบทบาทให้สมกับการเป็นสื่อของมวลชนที่ยืนอยู่กับความเป็นจริง ตรงกันข้าม ฟรีทีวียังก้มหน้าก้มตาเสนอรายการบันเทิงมอมเมาให้คนหลงอยู่กับเรื่องไร้สาระไปวันๆ
ยกตัวอย่าง กรณีปราสาทพระวิหาร หากฟรีทีวีทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เชิญทุกฝ่ายที่มีความรู้มาอธิบาย โต้แย้งอย่างมีหลักวิชาทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ กฎหมาย ประชาชนจะรู้ทัน ในความเป็นจริง มีฟรีทีวีกี่ช่องบ้างที่ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ผู้ชมคงจะทราบดี
ระบบรัฐสภาที่มีหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ประจานตัวเองว่า ไม่ต่างไปจากละครน้ำเน่า เมื่อพรรคฝ่ายค้านซักฟอกนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 7 คนก็ถูก ส.ส.พรรคพลังประชาชนประท้วงซ้ำซากจนน่ารำคาญเพียงเพื่อขัดขวางมิให้ฝ่ายค้านพูดความจริงเพราะจะกระทบระบอบทักษิณและรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอก และเมื่อลงมติ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ไว้วางใจกันเป็นแถว ทั้งๆ ที่รัฐมนตรีหลายคนตอบไม่ได้ และไม่สมควรเป็นรัฐมนตรีต่อไป
นี่คือเผด็จการในสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่คำนึงเหตุผล ไม่คำนึงถึงหัวอกของชาวบ้านที่นั่งดูอยู่หน้าจอทีวี ไม่นำพาต่อความละอายใจที่ได้กระทำในสิ่งฉ้อฉลอันเกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง ไม่สำนึกว่าการบริหารงานเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนั้นไร้ประสิทธิภาพ เมื่อเป็นดังนี้ยังมีหน้ามาพูดว่า ให้พันธมิตรยุติการชุมนุม หรือไม่ก็ท้าให้มาลงเลือกตั้ง
การเมืองภาคประชาชนได้ก้าวกระโดดไปอีกหลายขั้น เมื่อมวลชนมาร่วมชุมนุมกับพันธมิตร ไม่เพียงแต่อำนาจรัฐภายใต้รัฐบาลนายสมัครซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น “หุ่นเชิด” ของ พ.ต.ท.ทักษิณถูกท้าทายอย่างรุนแรงด้วยการเปิดโปงจนเก้าอี้สั่นสะเทือน
มหาวิทยาลัยราชดำเนินที่ย้ายสถานที่มาเป็นมหาวิทยาลัยหน้าทำเนียบรัฐบาลได้เปิดสอนทั้งวันทั้งคืนบนถนนและผ่านดาวเทียมไปทั่วประเทศและหลายประเทศในโลกมาตลอด 40 วัน กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในการเมืองไทย อันแสดงให้เห็นถึงบทบาทของการเมืองภาคประชาชน หรือ “การเมืองข้างถนน” ที่ผู้มีอำนาจต้องขยาดและนอนฝันร้ายไปอีกนาน










Thank you, all young Thai student for standing for our right to be Thai.
สวัสดีครับ พี่บุญเลิศ ช้างใหญ่ ผมต้องขอโทษพี่ด้วยนะครับ ที่ผมไม่รู้ว่าพี่อายุเท่าไหร่ครับ ผมอายุ 33 ปี ครับ ผมขออนุญาตเรียกพี่ก่อนแล้วกันนะครับ ผมได้อ่านหนังสือของพี่แล้วครับ ชื่อหนังสือ นักข่าวมืออาชีพ อ่านแล้วได้สาระข้อคิด เตือนใจหลายๆอย่างเลยครับ โดยเฉพาะเรื่อง นักเลง – ตำรวจ – นักข่าว ทำให้ผมได้รู้ความหมายของคำ 3 คำ นี้ครับ ผมลืมบอกพี่ไปครับผมซื้อหนังสือของพี่ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 52 ครับ สุดท้ายนี้ขอให้พี่มีความสุขกับการทำงานนะครับ (จากปลายปากกายังไม่คม) สวัสดีครับ
คนเดือนตุลา..ที่เดินมาด้วยกัน
ที่ทางเเยกของอุดมการณ์…
ตอบแทนสมุนเเม้วพวกนั้นหน่อยได้ไหมค่ะ
ทำไม….ตอนที่ดิชั้นยังไม่เกิดมาบนโลกนี้
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เงินจ้างผีโม่แป้งยังได้ฉันใด บุญเลิศช้างใหญ่ก็เช่นปุธุชนทั่วไปที่ การกาศเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน บุญเลิศก็เปลี่ยนตามด้วย ทุกวันนี้หาบุญเลิศคนเดิมไม่เจอฝุ่น
เสียใจกับการเป็นสื่อของคุณจังเลย